มาสเตอร์คูลผู้เชี่ยวชาญแก้ไขปัญหาอากาศร้อนและปรับปรุงคุณภาพอากาศครบวงจร
029538800
12/16-17,20 ถ.เทศบาลสงเคราะห์
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Master Kool มาสเตอร์คูลMaster Kool มาสเตอร์คูลMaster Kool มาสเตอร์คูล

โรงงานบรรจุภัณฑ์ร้อนเกิดจากอะไร?
วิเคราะห์ 7 สาเหตุความร้อนสะสมที่พบบ่อย

โรงงานบรรจุภัณฑ์ร้อน มักไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร้อนหลายแหล่งทำงานร่วมกัน ทั้งความร้อนจากหลังคา เครื่องจักร กระบวนการอบ พิมพ์ เคลือบ ลามิเนต และขึ้นรูป รวมถึงอากาศร้อนที่ลอยขึ้นไปสะสมอยู่ใต้หลังคา

ไม่แน่ใจว่าความร้อนในโรงงานเกิดจากหลังคา เครื่องจักร หรือระบบระบายอากาศ? ส่งขนาดพื้นที่ ความสูงอาคาร รูปหน้างาน และรายละเอียดเครื่องจักร เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินปัญหาเบื้องต้น โทร.0969364628 หรือแอดไลน์ @masterkoolfan

เมื่ออาคารไม่มีทางนำความร้อนออก และไม่มีอากาศใหม่เข้ามาทดแทนในปริมาณและทิศทางที่เหมาะสม อุณหภูมิภายในพื้นที่ผลิตจะค่อย ๆ สูงขึ้นตลอดวัน แม้โรงงานจะติดตั้งพัดลมไว้หลายตัวแล้วก็ตาม

ปัญหานี้พบได้ในโรงงานหลายประเภท เช่น โรงงานผลิตกล่องกระดาษ โรงงานกระดาษลูกฟูก โรงงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ โรงงานผลิตฟิล์ม โรงงานผลิตขวดพลาสติก โรงงานฉีดพลาสติก โรงงานบรรจุภัณฑ์โลหะ ตลอดจนคลังวัตถุดิบและคลังสินค้าสำเร็จรูป
รงงานบรรจุภัณฑ์ร้อนเกิดจากอะไร? 7 สาเหตุและแนวทางแก้

โรงงานบรรจุภัณฑ์ร้อนเกิดจากอะไร?

ความร้อนภายในโรงงานเกิดขึ้นเมื่อปริมาณความร้อนที่เข้าสู่พื้นที่และความร้อนที่เกิดจากกระบวนการผลิต มีมากกว่าความสามารถของอาคารในการระบายออก
แหล่งความร้อนที่พบได้บ่อย ได้แก่
  • หลังคาและผนังที่รับแสงแดดตลอดวัน
  • เครื่องจักรและมอเตอร์ที่ทำงานต่อเนื่อง
  • เครื่องพิมพ์ เครื่องอบ เครื่องเคลือบ และเครื่องลามิเนต
  • เครื่องฉีดพลาสติก เครื่องเป่าขวด และเครื่องขึ้นรูป
  • ระบบไฮดรอลิก คอมเพรสเซอร์ และตู้ควบคุม
  • อากาศร้อนที่เข้ามาจากภายนอก
  • อากาศร้อนที่ลอยขึ้นไปสะสมใต้หลังคา
หากอากาศร้อนถูกปล่อยเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีระบบระบายออกและไม่มีอากาศใหม่เข้ามาแทนที่อย่างเหมาะสม อุณหภูมิภายในโรงงานจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่าย

โรงงานบรรจุภัณฑ์ประเภทใดพบปัญหาความร้อนบ่อย?

ปัญหาความร้อนสามารถพบได้ในหลายกระบวนการ เช่น
  • โรงงานผลิตกล่องกระดาษและกระดาษลูกฟูก
  • โรงงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์
  • โรงงานผลิตฟิล์มและถุงพลาสติก
  • โรงงานฉีดพลาสติก
  • โรงงานเป่าขวดและภาชนะพลาสติก
  • โรงงานเทอร์โมฟอร์มมิง
  • โรงงานลามิเนตและเคลือบผิว
  • โรงงานผลิตกระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์โลหะ
  • พื้นที่แพ็กสินค้า
  • คลังวัตถุดิบ
  • คลังสินค้าสำเร็จรูป
แต่ละพื้นที่มีแหล่งความร้อนและข้อจำกัดแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกใช้ระบบเดียวกันทั้งโรงงานโดยไม่สำรวจพื้นที่จริง

7 สาเหตุความร้อนสะสมในโรงงานบรรจุภัณฑ์

1. ความร้อนจากหลังคาและผนังอาคาร

หลังคาเป็นพื้นผิวขนาดใหญ่ที่รับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะอาคารที่ใช้หลังคาเมทัลชีต ไม่มีฉนวนกันความร้อน หรือวัสดุกันความร้อนเดิมเริ่มเสื่อมสภาพ

เมื่อหลังคามีอุณหภูมิสูง ความร้อนจะแผ่เข้าสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้อากาศบริเวณใต้หลังคาร้อนขึ้นก่อน จากนั้นความร้อนจึงกระจายลงมายังระดับการทำงาน

โรงงานบรรจุภัณฑ์ร้อนจากเครื่องจักรและความร้อนสะสมใต้หลังคา

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าความร้อนมาจากหลังคา

แนวทางตรวจสอบ

ควรวัดอุณหภูมิบริเวณใต้หลังคา ระดับเหนือเครื่องจักร และระดับที่พนักงานทำงาน แล้วเปรียบเทียบในช่วงเช้า กลางวัน และบ่าย
การใช้ฉนวนหรือวัสดุสะท้อนความร้อนช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่อาคาร แต่ไม่สามารถนำอากาศร้อนที่สะสมอยู่แล้วออกไปได้ จึงอาจต้องทำร่วมกับระบบระบายอากาศ

2. ความร้อนจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิต

เครื่องจักรหลายประเภทในโรงงานบรรจุภัณฑ์ปล่อยความร้อนออกมาตลอดเวลาที่ทำงาน เช่น
  • เครื่องพิมพ์
  • เครื่องอบหมึกและอบสี
  • เครื่องลามิเนต
  • เครื่องเคลือบผิว
  • เครื่องฉีดพลาสติก
  • เครื่องเป่าขวด
  • เครื่องเทอร์โมฟอร์มมิง
  • เครื่องรีดและเครื่องขึ้นรูป
  • มอเตอร์และปั๊ม
  • ระบบไฮดรอลิก
  • เครื่องอัดอากาศ
  • ตู้ควบคุมและอินเวอร์เตอร์
เมื่อเครื่องจักรหลายเครื่องทำงานพร้อมกัน ความร้อนจะถูกปล่อยเข้าสู่พื้นที่ผลิตอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการดักและระบายออกจากต้นกำเนิด ความร้อนจะกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ

จุดที่ควรตรวจสอบบนเครื่องจักร

ทำไมควรระบายความร้อนจากต้นกำเนิด?

หากสามารถดักความร้อนใกล้จุดกำเนิดได้ จะช่วยลดการกระจายของความร้อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนรวม และลดภาระของระบบระบายอากาศทั้งอาคาร
บางพื้นที่อาจใช้ฮูด ท่อดูด หรือพัดลมเฉพาะจุด แต่ต้องออกแบบให้ไม่กระทบการทำงานของเครื่องจักร ความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์

3. อากาศร้อนลอยขึ้นและสะสมอยู่ใต้หลังคา

อากาศร้อนมีความหนาแน่นต่ำกว่าอากาศเย็น จึงลอยขึ้นสู่ด้านบน อาคารโรงงานที่มีหลังคาสูงจึงมักเกิดชั้นอากาศร้อนสะสมอยู่ใต้หลังคา

หากไม่มีช่องระบายอากาศหรือพัดลมดูดอากาศในตำแหน่งที่เหมาะสม ความร้อนชั้นบนจะไม่สามารถออกจากอาคาร และอาจแผ่กลับลงมายังระดับการทำงาน

ลักษณะอาคารที่พบปัญหานี้บ่อย

พัดลมยักษ์ช่วยได้อย่างไร?

พัดลมยักษ์หรือพัดลม HVLS ช่วยกระจายอากาศ ลดจุดอับลม และเพิ่มความเร็วลมในพื้นที่กว้าง แต่ไม่ได้กำจัดความร้อนออกจากอาคารโดยตรง
หากไม่มีทางระบายอากาศออก พัดลมยักษ์อาจเพียงหมุนเวียนอากาศร้อนเดิมภายในอาคาร จึงควรพิจารณาร่วมกับระบบระบายอากาศ

4. ระบบระบายอากาศออกไม่เพียงพอ

ระบบระบายอากาศที่ดีต้องมีทั้งทางนำอากาศร้อนออก และทางให้อากาศใหม่เข้ามาทดแทน

หลายโรงงานติดตั้งพัดลมดูดอากาศแล้ว แต่ยังคงร้อน เพราะปริมาณการระบายอากาศไม่สัมพันธ์กับปริมาตรอาคาร แหล่งความร้อน และลักษณะการใช้งานจริง

ปัญหาที่พบได้บ่อย

ทำไมช่องลมเข้าจึงสำคัญ?

เมื่อพัดลมดูดอากาศทำงาน อากาศที่ถูกระบายออกต้องมีอากาศใหม่เข้ามาทดแทน หากช่องลมเข้ามีขนาดเล็กหรือถูกปิดกั้น ประสิทธิภาพการดูดอากาศจะลดลง
อากาศอาจถูกดึงเข้าจากประตู ช่องว่าง หรือพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ทำให้ทิศทางการไหลของอากาศไม่ผ่านจุดทำงานจริง
ติดพัดลมดูดอากาศแล้ว แต่โรงงานยังร้อนอยู่หรือไม่? สาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนพัดลมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากช่องลมเข้า ตำแหน่งติดตั้ง หรือทิศทางอากาศที่ไม่สมดุล โทร.0969364628 หรือแอดไลน์ @masterkoolfan

5. เครื่องจักร พาเลต และสินค้าวางขวางทางลม

โรงงานบรรจุภัณฑ์มักมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ม้วนกระดาษ วัตถุดิบ พาเลต ชั้นวาง และสินค้าสำเร็จรูปจำนวนมาก

การจัดวางสิ่งเหล่านี้อาจปิดกั้นทางเดินของอากาศ แม้โรงงานจะมีช่องลมเข้าและพัดลมเพียงพอ แต่อากาศอาจไปไม่ถึงพื้นที่ทำงานด้านใน

จุดอับลมที่พบได้บ่อย

แนวทางตรวจทางเดินอากาศ

ควรตรวจว่าอากาศใหม่สามารถไหลจากจุดรับอากาศ ผ่านพื้นที่พนักงานและเครื่องจักร ก่อนออกจากอาคารได้หรือไม่ อาจใช้การวัดความเร็วลม การสังเกตทิศทางลม และการตรวจอุณหภูมิในหลายจุด เพื่อระบุบริเวณที่ลมไปไม่ถึง

6. เติมอากาศใหม่เข้ามา แต่ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิและทิศทาง

การเปิดประตูหรือช่องอากาศเข้า ไม่ได้หมายความว่าอากาศจะไหลผ่านพื้นที่ทำงานอย่างเหมาะสม อากาศใหม่อาจเข้ามาเฉพาะบริเวณใกล้ประตู แล้วถูกดูดออกจากอาคารทันทีโดยไม่ผ่านพื้นที่ด้านใน เกิดเป็นการไหลลัดวงจร ในวันที่อากาศภายนอกร้อน การนำอากาศภายนอกเข้ามาโดยตรงอาจช่วยเพิ่มการถ่ายเท แต่ไม่ได้ทำให้พนักงานรู้สึกเย็นลงมากนัก

ระบบอีแวปช่วยได้ในกรณีใด?

สำหรับพื้นที่เปิดหรือกึ่งเปิดบางประเภท สามารถพิจารณาใช้ระบบอีแวปเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศก่อนเติมเข้าสู่พื้นที่ระบบต้องมีทางระบายอากาศออกอย่างต่อเนื่อง และต้องประเมินองค์ประกอบต่อไปนี้

โรงงานกระดาษและงานพิมพ์ต้องระวังอะไร?

กระดาษ กาว หมึก ฟิล์ม และสินค้าบางประเภทอาจไวต่อความชื้น จึงไม่ควรใช้ระบบอีแวปแบบเดียวกันทุกพื้นที่ต้องพิจารณาเป็นรายโซน เช่น พื้นที่ทำงานของพนักงาน พื้นที่ผลิต พื้นที่เก็บวัตถุดิบ และพื้นที่เก็บสินค้าสำเร็จรูป

7. ระบบเดิมไม่สอดคล้องกับการใช้งานปัจจุบัน

ระบบระบายอากาศที่เคยเพียงพอในอดีต อาจไม่สามารถรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้ หากโรงงานมีการเปลี่ยนแปลง เช่น
  • เพิ่มจำนวนเครื่องจักร
  • เพิ่มกำลังการผลิต
  • เพิ่มกะการทำงาน
  • ต่อเติมผนังภายใน
  • เพิ่มห้องหรือชั้นลอย
  • เพิ่มชั้นวางสินค้า
  • เปลี่ยนตำแหน่งสายการผลิต
  • ปิดประตูหรือช่องลมเดิม
  • เปลี่ยนลักษณะสินค้าและกระบวนการผลิต

รายการตรวจสอบระบบเดิม

ควรตรวจระบบเมื่อใด?

ควรตรวจในช่วงที่เครื่องจักรทำงานจริง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่โรงงานมีอุณหภูมิสูงที่สุด ไม่ควรประเมินเฉพาะในวันหยุดหรือช่วงที่กำลังการผลิตต่ำ